
โครงสร้างระบบพื้น BubbleDeck คำตอบของที่พักอาศัยระดับพรีเมียม
ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทำให้บ้านที่แข็งแรงและรักษ์โลก นวัตกรรมก่อสร้างบ้านด้วย “ระบบโครงสร้าง BubbleDeck” เป็นระบบโครงสร้างที่มีความแข็งแรงทนทาน ลดข้อจำกัดในการออกแบบ และเพิ่มประสิทธิภาพด้านอื่น ๆ ที่เหนือกว่า โดยการผสานระหว่าง “แผ่นพื้น BubbleDeck กับเสาคอนกรีตสำเร็จรูป” ทำให้โครงสร้างมีน้ำหนักเบา พร้อมทั้งใช้วัสดุก่อสร้างที่มีคุณภาพเพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการใช้งาน ทำให้สามารถเพิ่มพื้นที่เปิดภายในอาคาร ลดการใช้คานและเสาภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งสามารถยกระดับฝ้าเพดานให้สูงขึ้นได้ เพราะลดข้อจำกัดระยะท้องคานคอนกรีต

โครงสร้างระบบพื้น BubbleDeck
ยกระดับโครงสร้างบ้านของคุณ : ด้วยนวัตกรรมโครงสร้าง สำหรับที่พักอาศัยระดับพรีเมียม ลิขสิทธิ์จากยุโรป
BubbleDeck เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนาและจดสิทธิบัตรจากประเทศเดนมาร์ค ซึ่งคิดค้นด้วยการออกแบบทางวิศวกรรมโครงสร้างที่ผสมผสานช่องว่างในแผ่นพื้นและคอนกรีตเสริมเหล็กเข้าด้วยกันอย่างลงตัว แผ่นพื้นสามารถถ่ายแรงโดยตรงสู่เสา จึงไม่จำเป็นต้องมีคานเหมือนระบบก่อสร้างทั่วไป โครงสร้างมีความแข็งแรงและสามารถลดปริมาณวัสดุก่อสร้าง ช่วยให้น้ำหนักของแผ่นพื้นลดลงได้ถึง 35% ส่งผลให้เจ้าของบ้านได้รับประโยชน์ในหลายแง่มุม
ระบบโครงสร้างรุ่นใหม่นี้เหมาะสำหรับบ้านระดับพรีเมียม ซึ่งจะทำให้เจ้าของบ้านได้สัมผัสความสมบูรณ์แบบของความแข็งแรง สง่างามและคุณภาพที่ยั่งยืนตลอดไป
ข้อดีของโครงสร้างระบบพื้น BubbleDeck
- 1. เพิ่มอิสระในการออกแบบมากขึ้น
ด้วยระบบพื้นน้ำหนักเบาอย่าง BubbleDeck ทำให้สามารถออกแบบให้ระยะระหว่างเสากว้างขึ้นและพื้นยื่นได้ไกลขึ้น คุณจะได้สัมผัสความหรูหราของพื้นที่เปิดโล่งโดยไม่ลดทอนความแข็งแรงของโครงสร้าง - 2. บ้านดูโปร่งโล่งสบาย
เนื่องจากเป็นพื้นไร้คาน บ้านที่ใช้ระบบนี้จึงสามารถลดความหนารวมของระบบพื้นได้ถึง 40-50% ทำให้พื้นดูบางกว่าระบบเสาคานทั่วไป บ้านจึงมีระยะจากพื้นถึงเพดานได้สูงขึ้น มีความโปร่งโล่งสบายเมื่อเข้าไปอยู่อาศัย - 3. ติดตั้งได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างระบบแผ่นพื้น BubbleDeck และเสาคอนกรีตสำเร็จรูป จะทำให้ระยะเวลาการก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยความเป็นส่วนประกอบสำเร็จรูปจึงทำให้การก่อสร้างทำได้รวดเร็ว และมีคุณภาพสูงเนื่องจากผลิตจากโรงงานที่มีการควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน นอกจากนี้ยังลดผลกระทบต่อบ้านข้างเคียงโดยรอบระหว่างการก่อสร้างไม่ว่าจะเป็นเสียง ฝุ่น หรือจำนวนรถขนส่งที่เข้าไปหน้างาน ทำให้เจ้าของบ้านสามารถเข้าอยู่ได้เร็วขึ้น - 4. ผลิตจากโรงงานมีคุณภาพสูง
เนื่องจากทั้งเสาและระบบพื้นเป็นชิ้นส่วนคอนกรีตหล่อสำเร็จ จึงมีข้อดีเรื่องการควบคุมคุณภาพจากการผลิตในโรงงานที่พิถีพิถันทุกขั้นตอน คอนกรีตและเหล็กเสริมได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด จึงสามารถวางใจได้ว่าชิ้นส่วนทุกชิ้นได้รับการตรวจสอบจากวิศวกรที่ได้มาตรฐาน - 5. ปรับเปลี่ยนฟังก์ชันการใช้งานได้สะดวก
ระบบถูกออกแบบให้ยืดหยุ่นเพื่อรองรับการใช้งานที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ในอนาคต ทำให้เจ้าของบ้านสามารถ ปรับเปลี่ยนตำแหน่งผนังได้อย่างไร้ข้อจำกัด หากต้องการปรับฟังก์ชันการใช้งานของพื้นที่บ้านในอนาคต - 6. เพิ่มประสิทธิภาพการกันความชื้นของพื้นชั้นล่าง กันเสียงและกันความร้อน
เนื่องจากพื้นระบบนี้มีการออกแบบเพื่อผนวกนำอากาศที่เป็นฉนวนอย่างดี มาเป็นส่วนหนึ่งของพื้น สามารถช่วยกันเสียงและความร้อนที่จะถ่ายเทระหว่างชั้นได้ดีกว่าระบบทั่วไป จึงได้สภาพแวดล้อมที่เงียบสงบและประหยัดพลังงานมากขึ้นสำหรับผู้อยู่อาศัย - 7. เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้โลกพร้อมไปต่ออย่างยั่งยืน
ระบบถูกออกแบบให้มีการใช้คอนกรีตอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดปริมาณการใช้คอนกรีตโดยรวม ส่งผลต่อการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ จึงเป็นทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับนักสร้างบ้านและเจ้าของบ้านที่ต้องการลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมและใส่ใจต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change)
ชิ้นงานโครงสร้าง Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS)
ฐานรากแผ่ระบบไฮบริด ถูกออกแบบให้เป็นฐานรากผืนใหญ่เช่นเดียวกันกับการออกแบบฐานรากในอาคารสูง ทำให้ลดการบิดตัว หรือทรุดตัวของฐานรากเดี่ยว น้ำหนักบ้านสามารถกระจายลงเข็มได้ดี ทำให้มีการทรุดตัวน้อย และเมื่อใช้ฐานรากเป็นพื้นด้านล่างความหนาที่สูงทำให้ป้องกันความชื้นจากพื้นดินเข้ามายังตัวบ้านได้ 100 %
ฐานราก Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS) วางอยู่บนเสาเข็ม ตามขนาดที่วิศวกรเป็นผู้กำหนด
แผ่นกันดินพรีคาสต์ ติดตั้งร่วมพื้นใช้รอยต่อหล่อในที่ หมดกังวลเรื่องความทนทานในระยะยาว ความลึกของแผ่นกันดินขึ้นอยู่กับระดับความสูงของบ้านตามที่สถาปนิกออกแบบ
เสาสำเร็จรูป
เสาคอนกรีตเสริมเหล็กกำลังรับแรงอัดสูง ใช้ติดตั้งร่วมกับชุดเหล็ก J-Bolt ที่วางในฐานรากแผ่ ทำให้รับแรงดัด ในการต้านทานแผ่นดินไหวได้อย่างเต็มที่ ระบบโครงสร้าง Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS) ลดการใช้อุปกรณ์เหล็กที่ฝังในเสาเพื่อรองรับคาน ทำให้เสามีพื้นที่คอนกรีตรับแรงอัดเต็มหน้าตัด มีความต่อเนื่องสูง เสมือนเป็นเสาหล่อในที่ท่อนเดียวยาวตลอด
ส่วนประกอบของเสา
ชุดถ่ายแรงที่อยู่ฐานเสาในที่นี้เรียกว่าชุด Column plate ออกแบบมาให้ส่งต่อแรงดึงจากชุด J-bolt ทำให้เสารับแรงดัดได้ดี เมื่อเกิดแผ่นดินไหว
ชุด J-bolt ฝังอยู่ในฐานรากแผ่น เพื่อให้ถ่ายแรงจากเสาลงสู่ฐานราก ไปสู่เสาเข็มโดยสมบูรณ์ และงายในการก่อสร้าง
คานสำเร็จรูป>
คานสำเร็จรูป เป็นโครงสร้าง ที่เลือกใช้เป็นคานคอนกรีตเสริมเหล็ก หรือ คานคอนกรีตอัดแรง ขึ้นอยู่กับความยาวของช่วงคาน จุดต่อปลายคาน ของโครงสร้าง Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS) เลือกใช้จุดต่อแบบคอลลูเกตเช่นเดียวกับในงานโครงสร้างทางด้านโยธา (ทางด่วน) เนื่องจากต้องการให้มีความคงทนเหนือระดับเช่นเดียวกันกับตัวพื้น และจำนวนคานเหลือเฉพาะในส่วนที่รับบันได และหลังคาเท่านั้น ทำให้การก่อสร้างรวดเร็วมากขึ้น
พื้น Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS)
แผ่นพื้นถูกออกแบบให้ส่วนล่างเป็นพรีคาสต์ขนาด กว้าง 2.40 ม. ผลิตมาจากโรงงานคุณภาพสูง และส่วนบนมาเทคอนกรีตหน้างานในภายหลัง เป็นการผสมผสานข้อดีของพรีคาสต์ที่มีความแม่นยำ ทำให้ก่อสร้างได้เร็วกว่าเมื่อเทียบกับการหล่อในที่ ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการทำงาน มีระยะฝังของเหล็กได้อย่างสมบูรณ์ ระบบพื้นชนิดนี้มีความแข็งแรงสูงไม่ต้องมีคานรองรับ สามารถถ่ายแรงลงบนหัวเสาในทั้งสองทิศทางเหมือนกับการออกแบบพื้นในอาคารสูง ทำให้เจ้าของบ้านได้บ้านที่มีความสูงเพดานโปร่ง จุดต่อของพื้นและเสาใช้การหล่อคอนกรีตในที่ทำให้มีความแข็งแรงรับแรงแผ่นดินไหวได้ดี ความแข็งแรงของพื้นระบบนี้มีมากเพียงพอในการรับแนวผนังที่อาจมีการเปลี่ยนตำแหน่งตามความต้องการของเจ้าของบ้านในอนาคต ทำให้ไม่ต้องเสริมคานเมื่อต้องการต่อเติมภายหลัง พื้นในส่วนของห้องน้ำและระเบียงใช้ระบบพื้น Hybrid precast biaxial voided slab system (HBS) ลดระดับผิวหน้าลงได้ตามที่สถาปนิกออกแบบ ทำให้ไร้รอยต่อ ไม่มีจุดที่รั่วซึม


